วันนี้ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงนั่งถกกับแม่ในเรื่องของ…
“การเมือง”
มันเริ่มมาจากแผ่นพับสรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 ด้วยคำถามที่ว่า “อ่านจบแล้วเป็นไงบ้าง” และคำตอบที่ว่า “มันก็ดูดีนะ ประชาชนทำอะไรได้ง่ายขึ้นตั้งเยอะ”
“เขียนในสรุปน่ะ มันก็ดูดีนั่นแหละ แต่ถ้าอ่านในร่างเต็มๆ มันไม่ง่ายขนาดนั้น มันมีเงื่อนไขอีก อย่างเช่น…”
แล้วเราก็พูดกันไปถึงสิ่งที่เกิดใหม่ในร่างรัฐธรรมนูญนี้ เรื่อยไปจนย้อนอดีตสมัย 14 ตุลา พฤษภาทมิฬ การเมืองเมื่อสิบปีที่แล้ว เรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน
เป็นอีกครั้งที่ตั้งใจฟังอย่างจริงจัง แล้วก็เป็นอีกครั้งที่พบว่า “แม่เราไปเป็นนายกฯ ได้เลยนะเนี่ย” ^ ^ ฮ่าๆๆ
“คนที่ได้ประโยชน์ เขาก็พอใจ ส่วนคนที่ได้ประโยชน์น้อย เขาก็ไม่พอใจ ม้าไม่ได้คาดหวังกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้เท่าไหร่หรอกนะ ต่อให้เป็นแบบนี้ อีกสิบปี เราก็ต้องแก้กันใหม่อยู่ดี”
เราจบการถกครั้งนี้ด้วยประโยคที่ว่า
“เอาเถอะ ถ้าร่างผ่านนะ พวกนั้นเขาก็ไม่มาเย้วๆ กันแล้ว จะเอาเวลาไปเตรียมเลือกตั้งมากกว่า เดี๋ยวเรื่องมันก็เงียบไปเอง”
.
.
ก่อนหน้านี้ ฉันมีความคิดว่าทั้งสังคม ทั้งคนมันเปลี่ยนไปมากๆ เลย ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา แล้วก็มีคนคิดเหมือนฉัน คนหนึ่งคือแม่ อีกสามคนคืออาจารย์ที่โรงเรียน ทั้งหมดทิ้งท้ายไว้คล้ายๆ กันว่า รุ่นฉันจะใช้ชีวิตในสังคมกันยากขึ้น
ฉันว่าเดี๋ยวนี้มันก็ยากขึ้นบ้างแล้วนะ ในเมื่อชีวิตคนเรายังไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันต่อไป อดทนเข้าไว้ ไปสู่ฝันแน่นอน (สองอันหลังมันอะไรน่ะ?) ^ ^
.
.
ช่วงนี้เริ่มมีการรับสมัครสอบวิชาเฉพาะบ้างแล้ว และเริ่มมีการรับสมัครโควต้าด้วย และควรจะอยู่ในช่วงที่เตรียมตัวสอบแอดมิชชั่นกันแล้ว แต่สำหรับเรา…
ยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากมายเลย (มันจะไปรอดมั้ยเนี่ย?)
ตอนที่บอกแม่ไปว่าตัดสินใจจะสมัครสอบวิชาเฉพาะแพทย์
“เอางั้นเลยเหรอ”
นี่คือคำตอบที่ได้มา พร้อมกับน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความแปลกใจไม่น้อย
ฉันรู้ว่าแม่ก็ให้กำลังใจฉันอยู่ลึกๆ นั่นแหละ
ฉันโชคดีจัง ที่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่คนนี้
.
พ่อก็ด้วยนะ เพิ่งค้นพบความรักของพ่อก็เมื่อเร็วๆ นี้แหละ ^ ^
สุดท้าย…19 สิงหาคม อย่าลืมไปลงประชามติกันนะ (ยังรณรงค์ได้อยู่รึเปล่าเนี่ย ^ ^;)